18 จำนวนผู้เข้าชม |
ร้านกาแฟมือใหม่หลายร้าน อาจเคยพบเจอลูกค้าเดินเข้าร้าน สั่งกาแฟดำแก้วหนึ่ง แล้วบอกว่า "เอาตัวที่กลิ่นเหมือนช็อกโกแลตนะ ไม่เอาเปรี้ยว" จนทำให้เจ้าของร้านหลายคนอึ้งไปครู่หนึ่งว่าจะหยิบเมล็ดไหนมาชงดี
สำหรับร้านกาแฟที่เปิดมานาน เมนูที่สร้างยอดขายได้ต่อเนื่องและมั่นคงที่สุด มักจะไม่ใช่เมนูตามเทรนด์ที่มาไวไปไว แต่เป็น รสชาติที่ดื่มง่าย ดื่มได้ทุกวัน และเข้าถึงคนทุกกลุ่ม ซึ่งรสชาติอันดับหนึ่งในใจนักดื่มกาแฟไทยก็คือ กาแฟโทนโกโก้และช็อกโกแลต (Chocolate & Cocoa Flavor Profile)
รสชาติโกโก้หรือช็อกโกแลตในกาแฟ ไม่ได้เกิดจากการเติมน้ำมันสังเคราะห์ แต่งกลิ่น หรือผสมผงโกโก้ลงไปตอนคั่ว แต่เป็นสัมผัสและกลิ่นรสตามธรรมชาติ (Tasting Notes) ที่เกิดจาก 2 ปัจจัยหลัก:
เมล็ดกาแฟจากบางพื้นที่ เช่น ละตินอเมริกา (กัวเตมาลา, บราซิล) หรืออินโดนีเซีย ไทย ลาว มียีนตามธรรมชาติที่ให้กลิ่นรสโทนถั่ว นม และช็อกโกแลต
กระบวนการคั่วกาแฟจะเกิดปฏิกิริยาเคมี (Caramelization & Maillard Reaction) ซึ่งช่วยดึงความหวานและเปลี่ยนน้ำตาลในเมล็ดกาแฟให้กลายเป็นกลิ่นหอมคล้ายโกโก้ ช็อกโกแลต หรือคาราเมล
กาแฟโทนนี้มีความนุ่มนวล บอดี้หนา ไม่ติดเปรี้ยวจี๊ด และไม่ขมไหม้ปาดคอ ทำให้ตอบโจทย์ทั้งนักดื่มหน้าใหม่และลูกค้าประจำ
เมื่อนำไปสกัดชงกับนมสด นมข้น หรือไซรัป รสชาติกาแฟจะไม่จมหรือโดนนมกลบ แต่จะชูความนุ่มนวลเหมือนดื่มนมรสช็อกโกแลตกลมกล่อม
กาแฟโทนนี้สกัดง่าย ชงออกมาแล้วรสชาติแกว่งยาก เหมาะสำหรับใช้เป็น กาแฟโถหลัก ของร้านที่ต้องการความสม่ำเสมอในทุกๆ แก้ว
โรงคั่ว NLCOFFEE ได้ออกแบบและพัฒนาโปรไฟล์การคั่ว รวมถึงคัดสรรสายพันธุ์กาแฟอย่างพิถีพิถัน เพื่อดึงเอกลักษณ์โทนช็อกโกแลตและโกโก้ออกมาให้เด่นชัดที่สุด โดยใช้เทคนิคการเบลนด์ (Blend) ที่ดึงจุดเด่นของแต่ละแหล่งปลูกมาลบจุดอ่อนซึ่งกันและกัน ทำให้สกัดกาแฟออกมาแล้วได้กลิ่นและรสชาติโทนโกโก้ที่ชัดเจนโดยไม่ต้องลุ้น และที่สำคัญคือ ราคาจับต้องได้ คุมต้นทุนต่อแก้วได้ดีเยี่ยม
กาแฟโทนโกโก้เป็นรสชาติที่เข้าใจง่าย ขายง่าย และเข้ากับความชอบของคนไทยส่วนใหญ่ ทั้งแหล่งปลูกอย่างกัวเตมาลาและอินโดนีเซีย รวมถึงระดับการคั่วตั้งแต่กลางไปจนถึงเข้ม ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยดึงกลิ่นโกโก้ในกาแฟให้ชัดเจนขึ้น ร้านกาแฟที่มีเมล็ดโทนนี้ติดร้าน จึงมีตัวเลือกที่ตอบโจทย์ลูกค้าได้กว้างและบริหารเมนูได้ง่ายขึ้น