คุณรู้หรือเปล่าว่า ร้านกาแฟต้องเสียภาษีไหม?

1888 จำนวนผู้เข้าชม  | 

คุณรู้หรือเปล่าว่า ร้านกาแฟต้องเสียภาษีไหม?

ร้านกาแฟต้องเสียภาษีไหม?

วันนี้มานำเสนอถึงภาพกว้างๆว่าร้านกาแฟ ควรทำเรื่องขอใบอนุญาตอะไรบ้าง และดำเนินการเรื่องภาษีอย่างไร
  1. ทำเรื่องขอใบอนุญาตหรือหนังสือรับรอง การแจ้งจัดตั้งสถานที่จำหน่ายอาหารหรือสถานที่สะสมอาหาร ยื่นขอหนังสือรับรอง และชำระค่าธรรมเนียม ที่สำนักงานเขต
  2. ทำเรื่องจดทะเบียนพาณิชย์ ซึ่งเป็นคำถามที่มีกันอยู่มาก ว่าจำเป็นหรือไม่ หากยึดตามหลักการความถูกต้องแล้วเมื่อเราเปิดร้าน ก็ต้องมีการจดทะเบียนพาณิชย์ให้ถูกต้องตามกฎหมาย ซึ่งการจดทะเบียนพาณิชย์ มี 2 ประเภท คือ แบบบุคคลธรรมดา และแบบนิติบุคคล
  จดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดา หรือที่ส่วนใหญ่พูดกันว่า ทะเบียนการค้า โดยยื่นจดทะเบียนพาณิชย์ได้ที่ สำนักงานเขตที่เราเปิดร้าน ค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนพาณิชย์ฉบับละ 50 บาท เมื่อดำเนินการจดทะเบียนพาณิชย์แล้ว จะต้องแสดงใบทะเบียนพาณิชย์ไว้ที่สำนักงานใน ที่เปิดเผยและเห็นได้ง่าย และร้านค้าที่จดทะเบียนพาณิชย์แบบบุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด. 94 ในครึ่งปีแรก และ ภ.ง.ด. 90 ในครึ่งปีหลัง เพื่อคิดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา โดยมีการให้ยื่นแบบผ่านทางออนไลน์ ทั้งนี้กรณีมีรายได้จากยอดขายเกินกว่า 1.8 ล้านบาทต่อปี ต้องจดทะเบียนเป็นผู้ประกอบการภาษีมูลค่าเพิ่มด้วย
  จดทะเบียนพาณิชย์แบบนิติบุคคล หรือเรียกว่าการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัท ซึ่งจะมีความซับซ้อน เนื่องจากต้องมีการดำเนินการให้เป็นไปตามประมวลกฎหมาย มีผู้เริ่มก่อตั้งบริษัทฯ กำหนดทุนจดทะเบียน และหาผู้ร่วมทุน ทำบัญชีชัดเจน มีการแต่งตั้งผู้ตรวจสอบ เป็นต้น ซึ่งการจดทะเบียนแบบนิติบุคคล นั้นเนื่องจากมีขั้นตอนการทำงานที่ยุ่งยาก จึงไม่นิยมทำกันร้านกาแฟที่เปิดใหม่ๆ นอกเสียจากดำเนินการไปสักระยะ และมีรายได้ที่เพิ่มขึ้นมากๆ เพราะการจดทะเบียนแบบนิติบุคคล มีข้อดีคือ ธุรกิจจะมีความน่าเชื่อถือ กู้ยืมเงินต่อยอดธุรกิจได้ง่าย และเสียภาษีน้อยกว่าบุคคลธรรมดา
  3. ชำระภาษีป้าย-ชำระปีละครั้ง ที่สำนักงานเขตที่เราเปิดร้าน โดยหลักๆก็จะเป็นป้ายหน้าร้าน ป้ายที่อยู่ภายนอกร้าน ที่มีโลโก้ มีรูปภาพ มีตัวอักษร และในปีต่อๆไปจะต้องไปยื่นชำระภายในเดือนมีนาคม ของทุกๆปี โดยจะมีการคำนวนตามขนาด และแบบของป้าย เทคนิคเพื่อให้เสียภาษีที่น้อยลง ภายในป้ายจึงควรมีภาษาไทยอยู่ด้วย โดยขั้นต่ำที่จะต้องจ่ายจะอยู่ที่ปีละ 200 บาทต่อปี
หากไม่ได้ยื่นภาษีป้าย จะโดนค่าปรับเพิ่มขึ้น 10% ของค่าภาษีป้ายที่ต้องเสีย / หรือหากจ่ายล่าช้า จะโดนค่าปรับ 2%
  4. ชำระภาษีโรงเรือน ชำระปีละ1ครั้ง ที่สำนักงานเขต ณ พื้นที่ที่ทรัพย์สินตั้งอยู่ ภาษีโรงเรือน กล่าวง่ายๆคือการใช้ทรัพย์สินเพื่อการสร้างมูลค่าในอัตรา 12.5% จากมูลค่าที่ถูกประเมิน โดยสำคัญคือหากเป็นการเช่าที่ จึงควรตกลงกันให้เป็นที่เรียบร้อย ว่าใครจะเป็นคนชำระค่าภาษีโรงเรือนดังกล่าวนั่นเอง