การเลือกเครื่องบดกาแฟ สำหรับร้านกาแฟ

Last updated: Mar 26, 2020  |  1300 จำนวนผู้เข้าชม  |  BLOG & YOUTUBE

การเลือกเครื่องบดกาแฟ สำหรับร้านกาแฟ

เครื่องบดกาแฟแบบถังพักแบบโดส  (Manual Dosing Grinder)
เครื่องบดแบบนี้เป็นที่นิยมที่สุด เพราะเป็นเครื่องบดกาแฟประเภทแรกที่มีการผลิตขึ้นมาใช้งาน และได้ใช้งานกันมายาวนาน เพราะความรวดเร็วและใช้งานได้ง่าย เพราะสามารถบดกาแฟลงมาพักและปรับปริมาณกาแฟที่จะปัดออกมาใช้งานได้ตามต้องการ

ข้อดี : รวดเร็ว  ราคาไม่แพง
ข้อเสีย : หากบดไว้นานจะสูญเสียความหอมและรสชาติกาแฟ  มีผงกาแฟเก่าติดในช่องปล่อยกาแฟมาก

เหมาะสำหรับ  ร้านกาแฟที่มีการชงต่อเนื่องในบางช่วงเวลา เช่นพักเที่ยงมีพนักงานลงมาสั่งกาแฟไว้มาก เราจะต้องบดกาแฟเก็บไว้ในโถพักล่วงหน้า เมื่อลูกค้าสั่งก็ทำการโยกใบปัดผงกาแฟลงในด้ามชงตาม 2 ครั้งโดยระหว่างนั้นเครื่องบดกาแฟจะบดกาแฟต่อเนื่องไปอีก

 



เครื่องบดกาแฟแบบบดลงด้ามชง  (On Demand Grinder) ไม่มีเวลากำหนด
เครื่องบดกาแฟแบบนี้เป็นเครื่องบดที่ใช้งานได้ง่าย เพียงนำด้ามชงมากดเพื่อให้เครื่องบดกาแฟบดกาแฟออกมาลงในด้ามกาแฟ สามารถนำไปใช้งานได้ทันที ไม่มีการบดกาแฟเก็บล่วงหน้าเอาไว้

ข้อดี : ได้กาแฟที่รสชาติดี ไม่สูญเสีย ไม่หกเลอะเทอะ  ราคาไม่สูง
ข้อเสีย : หากผู้ใช้งานไม่ชำนาญ จะทำให้บดกาแฟออกมาไม่เท่าเดิม ทำให้ไม่สามารถควบคุมรสชาติกาแฟให้นิ่งได้
          หากเครื่องบดมีขนาดจานบดเล็กจะทำให้บดช้าเสียเวลา

 



เครื่องบดกาแฟบดตรง มีเวลาควบคุม (On Demand Grinder)
เป็นเครื่องบดกาแฟที่ได้รับความนิยมสูงขึ้นเรื่อยๆ โดยบดลงด้ามชงทันทีเหมือนกับเครื่องบดกาแฟแบบ Direct ธรรมดา แต่ว่าเครื่องบดประเภทนี้จะมีหน้าจออยู่ที่เครื่องบดกาแฟ  โดยกำหนดกาแฟบดจากการกำหนดเวลาบนหน้าจอของเครื่องบดกาแฟ เครื่องบดกาแฟบางรุ่นสามารถตั้งค่าเวลาในการบดได้ 2 หรือ 3 ค่า รวมถึงสามารถตรวจนับปริมาณกาแฟที่ชงไปต่อวัน หรือยอดบดกาแฟรวมประจำเดือน

ข้อดี : ได้กาแฟที่รสชาติดี ไม่สูญเสีย ไม่หกเลอะเทอะ มีความแม่นยำในการชงกาแฟต่อเนื่อง
ข้อเสีย : ราคาสูง

เหมาะสำหรับ  ร้านกาแฟที่ต้องการชงกาแฟให้มีรสชาติที่นิ่ง เพราะการกำหนดเวลาบดจะสามารถควบคุมปริมาณกาแฟให้มีปริมาณเท่าเดิมในการชงกาแฟในแต่ละแก้วนั้นๆ เครื่องบดกาแฟประเภทนี้จึงเป็น อนาคตของเครื่องบดกาแฟที่จะยังคงมีใช้งานกันต่อไป